BlogTechnology

ไวรัสในเครื่องท่านได้แต่ใดมา?

หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินได้ฟังมาว่า เครื่องมีไวรัส!  บางคนก็อาจจะได้มีประสบการณ์ด้วยตัวเองมาแล้ว แต่จริงๆแล้วสิ่งนั้นเรียกรวมๆว่า malware (Malicious Software)  ซึ่งหมายถึงซอร์ฟแวร์ที่ประสงค์ร้ายต่างๆ ซึ่งไวรัสก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน แต่!!! จริงๆแล้วที่เราเห็นมี popup เปิดขึ้นมา หรือ เปิด brower แล้วมีแถบโฆษณานั้น ไม่ใช่ไวรัสนะ  แต่คืออะไร มากจากใหน  เราจะได้รู้กันต่อไป  ซึ่งก่อนที่จะไปถึงจุดนั้น  เรามารู้ก่อนว่า malware แต่ละแบบใหนมีอะไรบ้าง ต่างกันอย่างไร และจะป้องกันได้อย่างไร

ประเภทของ Malware

–  ไวรัส(virus) เป็นชื่อที่เราคุ้นเคยกันดี ไวรัสเป็นโปรแกรมที่ไม่หวังดีชนิดหนึ่ง สามารถแพร่ไปกับไฟล์ ไปยังอีกเครื่องหนึ่งได้ โดยจะต้องอาศัยไฟล์ที่เป็นพาหะ ซึ่งผลของไวรัสขึ้นอยู่กับผู้ที่เขียนไวรัสว่าจะให้ทำสิ่งใด ไม่ว่าจะเป็นการ ขโมยข้อมูล ทำลายข้อมูล หรือกระทั่งทำลายเครื่องให้ไม่สามารถทำงานได้เลย  ซึ่งclassic virus นั้นในปัจจุบันแทบไม่เจอตัวใหม่ๆแล้ว

วิธีการป้องกัน : ติดตั้ง Anti-virus

–   แอดแวร์หรือสปายแวร์(Adware / Spyware) เน้นๆกับหัวข้อนี้เลย!!! แอดแวร์เป็นมัลแวร์ประเภทหนึ่งที่อาจจะไม่คุ้นหูมาก แต่จริงๆแล้วผู้คนส่วนมากมักโดนและคิดว่าเป็นไวรัส แอดแวร์ไม่ได้ทำให้เครื่องใช้งานไม่ได้ แต่จะก่อกวน หลอกล่อ ให้คนคลิ๊กโฆษณา หรือ popup ที่เด้งขึ้นมาเอง หรือส่งข้อมูลการใช้งานของผู้ใช้ไปยังเครื่องที่ผู้สร้างกำหนด ส่วนมากจะมาจากโปรแกรมฟรีต่าง หรือมาจากการหลอกล่อให้ติดตั้งโปรแกรม ซึ่งผู้ที่ไม่รู้ก็จะทำการติดตั้งลงไป อาการของเครื่องที่ติดแอกแวร์เช่น  หน้าแรกของbrowser เป็นเว็บที่เราไม่ได้ระบุไว้ว่าจะให้เปิด ถึงแม้จะทำการตั้งหน้าแรกแล้วก็ไม่สามารถเปลี่ยนได้    หรือ มีAds มาบังเวลาเข้าใช้งานเว็บต่างๆ   หรือ เปิดทิ้งไว้เฉยๆ แต่มีpopup เด้งขึ้นมาเอง แนะนำเน้นๆว่าถ้าไม่อยากรำคาญใจกับmalwareต่างๆ อย่าติดตั้งโปรแกรมที่ไม่รู้จัก  หรือโปรแกรมฟรีที่เรารู้จัก ก็ควรจะอ่านก่อนกระทำการใดๆ ไม่ควรที่จะกดให้มันผ่านๆไป เพราะการกระทำเช่นนั้น จะเป็นการอนุญาติให้สามารถติดตั้งแอดแวร์ลงไปด้วย 

วิธีการป้องกัน : ติดตั้งซอร์ฟแวร์ป้องกัน และไม่ติดตั้งโปรแกรมที่ไม่รู้จัก และซอร์ฟแวร์ป้องกัน ก็ไม่ได้ป้องกันได้เสมอไป (ก็เราลงมันไปเองนี่นา)

–  Ransomeware มัลแวร์เรียกค่าไถ่ชื่อดังแห่งปีนี้ จะทำการเข้ารหัสไฟล์ต่างๆในเครื่องไว้และเปลี่ยนนามสกุลไฟล์เป็นชนิดอื่น แล้วแต่ประเภทของชนิดที่โดน หากอยากได้คืนต้องทำการเสียเงินซึ่งส่วนมากจะเป็น Bitcoin ซึ่งแพงมาก และไม่ได้การันตีว่าจะไม่โดนอีก วิธีแก้ไขที่ได้ผลที่สุดคือ ยอมเสียข้อมูลทั้งหมดและทำการลงเครื่องใหม่เลยทีเดียว  โดยมัลแวร์ตัวนี้จะมาจาก เว็บ หรืออีเมล์ที่ทำการหลอกล่อต่างๆ (มีหลอกล่อเป็นบริษัทในประเทศไทยด้วยนะ)

วิธีป้องกัน:  พยายามระมัดระวังในการเปิดอีเมล์ที่มีไฟล์แนบ และการติดตั้งโปรแกรมต่างๆที่ไม่รู้จัก

–  เวิร์ม(Worm)  มัลแวร์ประเภทหนอนคอมพิวเตอร์ สามารถพบเจอได้บ่อยที่สุุด ความสามารถคือการก๊อปตัวเองและกระจายผ่านเน็ตเวิร์คได้  ทำให้ช้าจนถึงใช้งานไม่ได้

วิธีป้องกัน: เปิดใช้งาน firewall และติดตั้ง Anti-virus

–  โทรจัน(Trojan)  มัลแวร์ประเภทนี้ไม่สามารถติดตั้งได้ด้วยตัวเอง กดจากกดคลิ๊กเพื่อติดตั้ง ซึ่งอาจจะแฝงเป็นโปรแกรมต่างๆ ความสามารถคือการเปิดให้malwareประเภทอื่นๆเข้าโจมตี หรือใช้โจมตีผู้อื่นอีกทอดหนึ่งได้

วิธีป้องกัน: อย่ากดติดตั้งโปรมแกรมแปลกๆที่ไม่แน่ใจ และติดตั้งAnti-virus

–  รูทคิท (Rootkit)  มัลแวร์ประเภทนี้จะใช้ในการเข้าควบคุมเครื่อง ให้ทำตามสิ่งที่ผู้เขียนสร้างมันขึ้นมา

วิธีป้องกัน: ติดตั้ง Anti-virus

จากข้างบนจะเห็นว่า จริงๆแล้วการจะเรียก malware ว่าไวรัสนั้น  ไม่ถูกต้องเท่าไหร่ อาจจะเคยชินมากกว่าเนื่องจาก malware อย่างไวรัสนั้น เกิดขึ้นมาก่อน อยู่มานาน จึงเรียก malware ว่าไวรัส แต่อันที่จริงนั้นเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น และปัจจุบันนั้นไม่ค่อยมีแล้ว ส่วนวิธีการป้องกันนั้นสามากจะใช้วิธีการติดตั้ง Anti-virus ซึ่งหากจะให้ป้องกันได้นั้น ควรอัพเดทอย่างสม่ำเสมอและไม่ใช้ซอร์ฟแวร์ที่ไม่ถูกลิขสิทธ์ ซึ่งนอกจากจะอัพเดทไม่ได้แล้ว บางทียังมีของแถมที่เป็นผลร้ายอีกด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การระวังด้วยตัวเองก็เป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านก่อนในขั้นตอนการติดตั้งว่าที่กำลังทำอยู่คือสิ่งใด ก็จะช่วยหลีกเลี่ยง malware ได้เป็นอย่างดี

แถมท้ายตอบคำถามคลาสสิคที่เชื่อเถอะว่ายังไงก็ต้องเจอคือ…. แล้ว Anti-virus เจ้าใหนดีละ?

  • หากจะเลือก ป้องกันดีจริง อัพเดทเร็ว     Bitdefender Total Security ไปเลยครับ  แต่มีข้อเสียอยู่นิดนึง  หนักเครื่องมาก!!!
  • ป้องกันได้ทุกจุด ไม่หนักเครื่องมาก        Kaspersky Total Security
  • ไม่มีตัง  แต่อยากได้ติดเครื่องไว้บ้าง       Windows Denfender เลยครับ ไม่ต้องไปหาที่ใหนไกล เดี่ยวนี้เขาดีแล้ว แต่ต้องอัพเดทหน่อยนะ

แล้วถ้าโดนไปแล้วละ  ทำอย่างไร?

  • ติดตั้ง Antivirus แล้ว run  Full scan
  • ติดตั้ง Software ป้องกัน Adware   ที่แนะนำก็จะมี malwarebytes  AdwCleaner  และ Ad-aware  ครับ (ลงไปเหอะ ฟรี)
  • ถ้าไม่ไหวจริงๆก็ล้างเครื่องใหม่  ติดตั้ง Anti-virus และระมัดระวังตัวเองครับ

May The Anti-Virus  Be With You